1.คำถาม : มะโฮคืออะไร

คำตอบ : คือเบต้ากลูแคนที่มีโครงสร้างทางเคมี “β 1,3-1,6 Glucan” เกิดจากการเพาะเลี้ยงยีสต์ดำ “Aureobasidium” ด้วยอาหารที่มีส่วนผสมของซูโครส รำข้าว วิตามินซี ผสมกับน้ำที่อุดมด้วยแร่ธาตุ ผลิตจากธรรมชาติ 100 % มีลักษณะเป็นของเหลวแบบเจล
 

2.คำถาม : เบต้ากลูแคนคืออะไร

คำตอบ : สารอาหารประเภทแป้ง หรือสารประกอบน้ำตาลหลายโมเลกุลชนิดหนึ่ง Polysaccharide โพลิแซคคาไรด์ ซึ่งแตกต่างจากน้ำตาลโมเลกุลเดียว และน้ำตาลโมเลกุลคู่ มีคุณสมบัติมหัสจรรย์ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย และป้องกันโรคติดเชื้อจากจุลชีพต่าง เบต้ากลูแคนสามารถพบได้ใน เห็ดหลินจือ ข้าวโอ้ต ข้าวบาร์เลย์ และยีสต์
 

3.คำถาม : เบต้ากลูแคน พบได้จากที่ไหน

คำตอบ : เบ ต้ากลูแคน พบได้ในพืชบางชนิด เช่น เห็ด ผักสมุนไพรต่างๆ (เห็ดหลินจือ โสม ชะเอมเทศ ฯลฯ) ยีสต์ (ยีสต์ดำ ยีสต์ขนมปัง) และราเส้นใย เป็นต้น สำหรับเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ เกิดจากการเพาะเลี้ยงยีสต์ดำโดยเฉพาะ ซึ่งตัวยีสต์ดำจะสร้างใยอาหารเบต้ากลูแคนบริสุทธิ์ที่มีโครงสร้างเบต้า1,3 -1,6 กลูแคนขึ้นมาในรูปแบบเจล
 

4.คำถาม :เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ และเบต้ากลูแคนที่พบในเห็ด ต่างกันหรือไม่ อย่างไร

คำตอบ : เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำและเบต้ากลูแคนที่พบในเห็ดเป็นโครงสร้าง1,3 -1,6 กลูแคนเหมือนกัน ส่วนความแตกต่างคือ เห็ดเป็นสมุนไพรที่มีสารอาหารและคุณประโยชน์มากมายหลายชนิดและหนึ่งในสาร เหล่านั้นคือ เบต้ากลูแคน จริงอยู่ที่ผู้บริโภครับประทานเห็ดแล้วจะได้รับสารเบต้ากลูแคน แต่จะได้รับในปริมาณที่น้อยกว่าการรับประทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ และในบางรายอาจเกิดอาการแพ้สารบางชนิดในเห็ดที่ทานเข้าไป  ดังนั้นผู้ที่รับประทานเบต้ากลูแคนที่สกัดจากยีสต์ดำ ร่างกายจะได้รับเฉพาะสารเบต้ากลูแคนบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% และปราศจากผลข้างเคียงต่อร่างกาย

5.คำถาม :ใครบ้างที่ควรบริโภคเบต้ากลูแคน

คำตอบ : “เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ” ของบริษัทแคทส์ ดอท คอม เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ “ไม่ใช่ยารักษาโรค” อยู่ ในรูปเจล สะดวก รับประทานง่าย ดังนั้นไม่ว่าใครก็สามารถรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการของโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยภาวะติดเชื้อ ผู้เข้ารับการบำบัดรักษามะเร็งด้วยวิธีผ่าตัด ยาเคมี ฉายรังสี ผู้ที่เสี่ยงภาวะโรคหัวใจ ช่วยสมานรอยบาดแผล ลดการอักเสบ ชะลอริ้วรอยก่อนวัยจากการสัมผัส มลภาวะ รังสียูวี สารพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้กับสัตว์ ช่วยให้สัตว์ฟื้นจากอาการป่วยได้อย่างรวดเร็ว
 

6.คำถาม :ควรบริโภคเบต้ากลูแคนในปริมาณเท่าไร และเวลาไหนที่เหมาะกับการบริโภคเบต้ากลูแคน

คำตอบ : ใน 1 วันควรรับประทานเบต้ากลูแคนอย่างน้อย 2-3 ซอง ตามปกติเราสามารถทานมะโฮได้ทุกช่วงเวลา แต่เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของเบต้ากลูแคน ช่วงเวลาที่เหมาะสมควรรับประทานตอนท้องว่างจึงจะได้ผลดีที่สุด อาจเป็น เวลาเช้าหรือก่อนนอน สาเหตุเนื่องมาจาก
เวลาเช้า หลังจากตื่นนอนเป็นช่วงเวลาที่กระเพาะอาหารและระบบลำไส้ไม่ต้องทำงานหนักใน การย่อยอาหาร เบต้ากลูแคนจะถูกดูดซึมที่บริเวณเยื่อบุลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบภูมิต้านทานโรคได้ดี
เวลาก่อนนอน ขณะที่ร่างกายนอนหลับพักผ่อน ระบบเซลล์ต่างๆรวมถึงภูมิต้านทานในร่างกายจะทำงานอย่างเต็มที่ เบต้ากลูแคนจะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของภูมิต้านทานในการต่อสู้เชื้อ โรค สิ่งแปลกปลอมและซ่อมแซมเซลล์ส่วนต่างๆของร่างกายให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระที่มาจากการทำงานหนักมากเกินไปของ เซลล์ร่างกาย
 

7.คำถาม :ลักษณะกลิ่นและรสชาติของเบต้ากลูแคนเป็นอย่างไร รับประทานยากหรือไม่

คำตอบ : รสชาติของเบต้ากลูแคนกล่าวไม่ได้ว่าอร่อย แต่เนื่องจากปราศจากการเจือปนสีและกลิ่นสังเคราะห์ จึงไม่มีกลิ่นและรส สามารถรับประทานได้โดยง่าย รสชาติจะอมเปรี้ยวเล็กน้อยแทบไม่มีรส กลิ่นคล้ายน้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นกลิ่นธรรมชาติจากยีสต์ดำ
 

8.คำถาม :เบต้ากลูแคนใช้ประกอบอาหารได้หรือไม่

A: เนื่อง จากเบต้ากลูแคนสามารถทนความร้อนสูงโดยไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ ดังนั้นสามารถนำมาประกอบอาหารได้ และเนื่องจากไม่มีกลิ่นและรส จึงไม่ทำให้กลิ่นและรสชาติของอาหารผิดแปลกไปจากเดิม นอกจากนี้ลักษณะที่เป็นเจลจะทำให้อาหารมีความเนียนนุ่มมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้เรายังสามารถใช้เบต้ากลูแคนเพื่อประกอบอาหาร ตัวอย่างเช่น อาหารประเภทต้ม นึ่ง ผัด หุงข้าว ทำน้ำซุป เป็นต้น
 

9.คำถาม :รับประทานเบต้ากลูแคนแล้วก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรือไม่

คำตอบ : เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำได้มาจากธรรมชาติและไม่ใช่ยารักษาโรค จึงไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงแต่อย่างใด
 

10.คำถาม :สามารถรับประทานเบต้ากลูแคนควบคู่กับยาที่ใช้อยู่เป็นประจำได้หรือไม่

คำตอบ : เบ ต้ากลูแคนจากยีสต์ดำเป็นสารประกอบจำพวกใยอาหาร จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สามารถรับประทานร่วมกับยาได้เช่นเดียวกับอาหารประเภทอื่นๆ แต่เพื่อความมั่นใจแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์
 

11.คำถาม :การรับประทานมะโฮพร้อมกับการดื่มนมจะมีผลอย่างไร

คำตอบ : ส่วน ประกอบหลักของนมเป็นสารจำพวกโปรตีน เมื่อดื่มนมพร้อมกับมะโฮ นมจะไปเคลือบบริเวณผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ ซึ่งขัดขวางการดูดซึมของมะโฮผ่านเข้าสู่ผนังลำไส้ หากต้องการดื่มนม ควรเว้นช่วงระยะเวลาห่างจากการทานมะโฮประมาณ 1-2 ชั่วโมง
 

12.คำถาม :หญิงตั้งครรภ์สามารถรับประทานเบต้ากลูแคนได้หรือไม่

คำตอบ : เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำเป็นสารประกอบน้ำตาลหลายโมเลกุลมีคุณค่าทางโภชนาการ จึงเชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยต่อทารกในครรภ์
 

13.คำถาม :เด็กทารกสามารถรับประทานมะโฮ (เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ) ได้หรือไม่

คำตอบ : เบต้ากลูแคนเป็นน้ำตาลหลายโมเลกุลที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ส่วนประกอบที่สำคัญคือ น้ำ เบต้ากลูแคน และวิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นใยอาหาร จึงไม่ก่อให้เกิดผลอันตรายต่อเด็ก โดยเฉพาะในเด็กที่หย่านมแล้ว (การให้เบต้ากลูแคนในเด็กทารกสามารถ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของพ่อแม่)
 

14.คำถาม :เบต้ากลูแคนปลอดภัยและน่าเชื่อถือหรือไม่

คำตอบ : เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำได้รับการรับรองคุณภาพจาก สถาบันคิตะซาโตะ ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงในเรื่องวัคซีนและภูมิคุ้มกัน สถาบันอิสระซึ่งทำการวิเคราะห์โครงสร้างระดับโมเลกุลของสารที่มีอยู่ใน ผลิตภัณฑ์ (เบต้ากลูแคน) กระทรวงสุขภาพ แรงงานและสวัสดิการแห่งประเทศญี่ปุ่น
 

15.คำถาม :หลังจากเปิดซองแล้วเบต้ากลูแคนอยู่ได้นานเท่าไร และวิธีเก็บรักษาเป็นอย่างไร

คำตอบ : ปิดให้สนิทและควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงแสงแดด ความชื้นและอุณหภูมิสูง ซึ่งกระบวนการผลิตมะโฮจะไม่มีการเติมวัตถุเจือปนหรือสารกันบูดลงในผลิตภัณฑ์ ดังนั้นควรรับประทานมะโฮให้หมดซองต่อการบริโภคหนึ่งครั้ง สำหรับซองที่เปิดแล้วแต่ยังรับประทานไม่หมดแนะนำให้เก็บมิดชิดไว้ในตู้เย็น และควรใช้ให้หมดภายใน 7 วัน
 

16.คำถาม :เบต้ากลูแคนมีสารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ปนเปื้อนอยู่หรือไม่

คำตอบ : เบต้ากลูแคนประกอบด้วย ของเหลวเพาะเชื้อ Aureobasidium (ยีสต์ ดำที่สร้างสารเบต้า-กลูแคน) และวิตามินซีที่มีคุณค่าทางโภชนาการ จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีสารที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือมีสารอื่นปนเปื้อน อยู่

 
17.คำถาม :มะโฮเบต้ากลูแคนทาผิวได้หรือไม่

คำตอบ :เบต้ากลูแคนมะโฮสามารถทาผิวได้ แทนเซรั่ม กระชับรุขุมขน กระตุ้นการสร้างคลอลาเจนและอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย อีกทั้งยังช่วยลดการอับแสบของผิวสำหรับผู้ที่เป็นสิว แนะนำให้ทาเบต้ากลูแคนก่อนนอนเป็นประจำทุกวันครับ

 

18.คำถาม :สำหรับกรณีผู้ป่วยควรมีการรับประทานมะโฮเบต้ากลูแคนอย่างไรบ้างรับประทานนานเท่าไหร่ถึงจะรู้สึกดีขึ้น

คำตอบ : สำหรับ ผู้ป่วยแนะนำให้รับประทานเบต้ากลูแคนตามโรคและขึ้นอยู่กับสถาพพร่างกาย ถ้าร่างกายปกติแข็งแรงช่วงแรกให้รับประทานวันละซอง 1 สัปดาห์ผ่านไปค่อยเพิ่มปริมาณ เป็น 2, 3 หรือ 4 ซอง ตามโรคที่ผู้ป่วยเป็นโรคนั้นๆ หลังจากอาการดีขึ้นมากๆแล้วค่อยลดปริมาณเบต้ากลูแคนเหลือวันละ 1-2 ซอง สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยร่างกายอ่อนแอมากๆเช่นนอนอยู่บนเตียง แนะนำให้ทาน วันละครึ่งซองก่อนสัก 1 สับดาห์ ถ้าร่างกายดีขึ้นค่อยเพิ่มปริมาณเบต้ากลูแคน เป็น 2, 3 หรือ 4 ซอง ตามโรคที่ผู้ป่วยเป็นโรคนั้นๆ หลังจากอาการดีขึ้นมากๆแล้วค่อยลดปริมาณเบต้ากลูแคนเหลือวันละ 1-2 ซอง  ระยะเวลาเห็นผลขึ้นอยู่กับสภาพความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย บางคนสามารถเห็นผลและรู้สึกดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ สำหรับการรับประทานแนะนำให้ทานต่อเนื่องติดต่อกันอย่างน้อย 4 เดือนขึ้นไปยกตัวอย่างตัวผมเองเป็นภูมิแพ้ไซนัสจมูกอักเสบเรื้อรัง มา 10 ปี ต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนถึงจะชัดเจนมากๆ แต่ช่วงที่เห็นผลชัดภายใน 15 วันน้ำมูกที่ไหลลงคอหยุดไหลครับ  สิ่งที่สำคัญต้องหมั่นออกกำลังกายและทานอาหารให้เป็นประโยชน์ด้วยนะครับ

 

มีคำแนะนำเพิ่มเติม จาก betaglucan-maho เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ

1. สำหรับการรับประทานมะโฮเบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำให้ได้ผลเห็นชัดมากขึ้นแนะนำ ให้รับประทานร่วมกับวิตามินซี 1000 มิลลิกรัม ทุกวันครับ หรือสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง แนะนำให้ทานเบต้ากลูแคนผสมในน้ำผลส้ม น้ำผลไม้หรือ น้ำมะนาว จะดีมากๆ

2. ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงแรกหลักจากรับประทานเบต้ากลูแคน  หลังจากร่างกายปรับตัวแล้วก็จะค่อยๆหายไปเอง ซึ่งจากที่เคยพบมาผลที่ข้างเคียงเกิดขึ้นประมาณ 2% จากผู้ใช้ครับ

3. การรับประทานเบต้ากลุแคนให้เกิดผลที่สุด ให้รับประทานติดต่อกัน อย่างน้อย 2 เดือน (สำหรับท่านที่ทานเสริมดูแลสุขภาพ)