กระทู้นี้ประกอบด้วย 0 ข้อความตอบกลับ มี 1 เสียง และอัปเดตครั้งสุดท้ายโดย  betaglucan-maho 1 ปี, 5 เดือน มาแล้ว

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #1331 ตอบกลับ

    betaglucan-maho
    Keymaster

    liver disease -maho

    โรคตับอักเสบ(Hepatitis)

    เป็นภาวะอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณตับ มีหลายสาเหตุ อาจเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น A,B,C,D,E  แต่เป็นอันตรายที่สุดคือ ไวรัสตับอักเสบบี ในกรณีเกิดตับอักเสบแบบเฉียบพลันจะสามารถหายเองได้ ภายใน2-3 สัปดา์ไปจนถึง 2 เดือน แต่ถ้าอักเสบนานเกิน6เดือนจะเป็นตับอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นตับแข็งได้ ส่วนสาเหตุอื่นๆ มีหลายปัจจัย เช่น ผู้ป่วยไม่มีภูมิต้านทาน ดื่มแอลกอฮอร์มากเกินไป  ใช้ยาเป็นเวลานาน ผลข้างเคียงจากการใช้ยา ได้รับสารพิษ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันทำลายตับ ทำให้ตับเกิดความเสียหายจนเกิดอาการป่วย หากตับอักเสบแบบเรื้อรัง จะเปลี่ยนไปสู่สภาพที่ย่ำแย่กว่าเดิมได้ เช่น การเกิดเป็นพังผืดและโรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้

    อาการของโรคตับอักเสบ แบ่งเป็น 2 ชนิด

    1.ตับอักเสบแบบเฉียบพลัน โรคตับอักเสบที่เป็นไม่นานก็หาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการ 2-3 สัปดาห์ ไปจนถึง 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายขาดจะมีบางส่วนเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และบางรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
    2.ตับอักเสบแบบเรื้อรัง จะไม่พบอาการชัดเจนใดๆ จนกระทั่งตับเริ่มอักเสบขั้นรุนแรง เริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดภาวะตับวาย  อาการที่พบคือ
    • รู้สึกเหนื่อย  เมื่อยล้า รู้สึกไม่สบาย มีไข้ตลอดเวลา
    • ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ 
    • เบื่ออาหาร
    • ภาวะดีซ่าน หรือตัวเหลือง ตาเหลือง
    • ขา ข้อเท้าบวม
    • ท้องมาน(ascites)
    • รู้สึกสับสน มึนงง
    • อาเจียนหรืออุจาระเป็นเลือด
    • ความผิดปกติการทำงานของไต, ไตวาย

    สาเหตุของโรคตับอักเสบ มีหลายสาเหตุ

    1.การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซึ่งมีหลายชนิดตั้งแต่ A,B,C,D และ E
    2.การได้รับเชื้อจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ส่วนมากพบในประเทศที่ระบบสาธารณะสุขไม่ค่อยดี
    3.ติดต่อผ่านทางเลือด การมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้มีเชื้อไวรัส
    4.การติดเชื้อผ่านของเหลวจากแม่สู่ลูก
    5.ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
    6.ใช้ยาปริมาณมากเกินไป เกินระยะเวลาที่กำหนด หรือใช้ยาบางชนิดที่สร้างความเสียหายต่อตับได้ เช่น ยาพาราเซตามอล, ยารักษาวัณโรค halothane, isoniazid, methyldopa, phenytoin, valproic acid, sulfonamide drugs.
    7.ได้รับสารเคมีบางชนิด เช่น สารกำจัดศัตรูพืช 

    การรักษาโรคตับอักเสบในปัจจุบัน

    รักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางยาที่มีผลข้างเคียงควรพึงระวังหลายอย่าง ใช้ในแผนปัจจุบันคือ  interfeon และ lamuvudin  บางรายได้รับการผ่าตัด หรือได้รับการปลูกถ่ายตับ 

    การรักษาทางเลือก

    เบต้ากลูแคนจะสร้างภูมิต้านทานโรคเพื่อกำจัดเชื้อไวรัสต่างๆ กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายรักษาตัวเองตามธรรมชาติและฟื้นฟูเซลล์ตับ  ตับจะถูกปกป้องจากเชื้อไวรัสต่างๆ ที่ไปทำลาย  เบต้ากลูแคนจะกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้สามารถจับไวรัส สิ่งแปลกปลอมได้ ดังนั้นเซลล์ของตับหากยิ่งรักษาเร็วจะยิ่งมีโอกาสหายและตรวจไม่พบเชื้อเช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบบี, ซี เป็นต้น
    ผู้ป่วยรักษาทางเลือกโรคตับอักเสบเรื้อรัง ด้วยเบต้ากลูแคน มะโฮ

    คุณบุญกึ่ง มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และมาทราบผลจากโรงพยาบาลว่าเป็นโรคตับอักเสบ ลำไส้อักเสบ ช่วงหลังอาเจียนเป็นเลือดรักษากับหมอโรงบาล ช่วยให้อาการดีขึ้นเมื่อกินยาเหมือนบรรเทาอาการ แต่พอหยุดยาก็อาการทรุด มีเพื่อนบ้านเอาหนังสือเบต้ากลูแคนให้อ่านและจากนั้นตัดสินใจทาน มะโฮ ทันที ทานไปได้สักพักรู้สึกเบาท้อง ไม่เหนื่อย ไม่อ่อนเพลียเหมือนเมื่อก่อน แถมหิวข้าว มีความกินดีขึ้น ไม่กินยาอื่นร่วม กินแต่มะโฮ จากเมื่อก่อนที่ขาดยาไม่ได้เพราะอาการกำเริบทันที

    การรับประทานเบต้ากลูแคน สำหรับผู้ป่วยโรคตับอักเสบ และการแนะนำ

    สำหรับผู้ป่วยโรคตับอักเสบแนะนำ 6 กล่อง ราคา 13,750 บาท ทานวันละ 3-4 ซอง(ยิ่งทานมากยิ่งดีถ้าทานไหว) ต่อเนื่อง 2-3 เดือน หลังจากนั้นไปตรวจดูค่าตับได้ครับ เมื่ออาการดีขึ้นแล้วสามารถลดปริมาณลงเหลือวันละ 2 ซอง และ 1 ซอง ตามลำดับจนหายดี  สอบถาม ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Line id: betaglucan-maho / โทร.094-6122800 คุณโอห์ม
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #1331 ตอบกลับ

    betaglucan-maho
    Keymaster
    • Offline

    liver disease -maho

    โรคตับอักเสบ(Hepatitis)

    เป็นภาวะอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณตับ มีหลายสาเหตุ อาจเกิดจากเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น A,B,C,D,E  แต่เป็นอันตรายที่สุดคือ ไวรัสตับอักเสบบี ในกรณีเกิดตับอักเสบแบบเฉียบพลันจะสามารถหายเองได้ ภายใน2-3 สัปดา์ไปจนถึง 2 เดือน แต่ถ้าอักเสบนานเกิน6เดือนจะเป็นตับอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นตับแข็งได้ ส่วนสาเหตุอื่นๆ มีหลายปัจจัย เช่น ผู้ป่วยไม่มีภูมิต้านทาน ดื่มแอลกอฮอร์มากเกินไป  ใช้ยาเป็นเวลานาน ผลข้างเคียงจากการใช้ยา ได้รับสารพิษ รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันทำลายตับ ทำให้ตับเกิดความเสียหายจนเกิดอาการป่วย หากตับอักเสบแบบเรื้อรัง จะเปลี่ยนไปสู่สภาพที่ย่ำแย่กว่าเดิมได้ เช่น การเกิดเป็นพังผืดและโรคตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้

    อาการของโรคตับอักเสบ แบ่งเป็น 2 ชนิด

    1.ตับอักเสบแบบเฉียบพลัน โรคตับอักเสบที่เป็นไม่นานก็หาย ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการ 2-3 สัปดาห์ ไปจนถึง 2 เดือน ผู้ป่วยส่วนใหญ่หายขาดจะมีบางส่วนเป็นตับอักเสบเรื้อรัง และบางรายรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
    2.ตับอักเสบแบบเรื้อรัง จะไม่พบอาการชัดเจนใดๆ จนกระทั่งตับเริ่มอักเสบขั้นรุนแรง เริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ เกิดภาวะตับวาย  อาการที่พบคือ
    • รู้สึกเหนื่อย  เมื่อยล้า รู้สึกไม่สบาย มีไข้ตลอดเวลา
    • ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ 
    • เบื่ออาหาร
    • ภาวะดีซ่าน หรือตัวเหลือง ตาเหลือง
    • ขา ข้อเท้าบวม
    • ท้องมาน(ascites)
    • รู้สึกสับสน มึนงง
    • อาเจียนหรืออุจาระเป็นเลือด
    • ความผิดปกติการทำงานของไต, ไตวาย

    สาเหตุของโรคตับอักเสบ มีหลายสาเหตุ

    1.การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ซึ่งมีหลายชนิดตั้งแต่ A,B,C,D และ E
    2.การได้รับเชื้อจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัส ส่วนมากพบในประเทศที่ระบบสาธารณะสุขไม่ค่อยดี
    3.ติดต่อผ่านทางเลือด การมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้มีเชื้อไวรัส
    4.การติดเชื้อผ่านของเหลวจากแม่สู่ลูก
    5.ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
    6.ใช้ยาปริมาณมากเกินไป เกินระยะเวลาที่กำหนด หรือใช้ยาบางชนิดที่สร้างความเสียหายต่อตับได้ เช่น ยาพาราเซตามอล, ยารักษาวัณโรค halothane, isoniazid, methyldopa, phenytoin, valproic acid, sulfonamide drugs.
    7.ได้รับสารเคมีบางชนิด เช่น สารกำจัดศัตรูพืช 

    การรักษาโรคตับอักเสบในปัจจุบัน

    รักษาด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางยาที่มีผลข้างเคียงควรพึงระวังหลายอย่าง ใช้ในแผนปัจจุบันคือ  interfeon และ lamuvudin  บางรายได้รับการผ่าตัด หรือได้รับการปลูกถ่ายตับ 

    การรักษาทางเลือก

    เบต้ากลูแคนจะสร้างภูมิต้านทานโรคเพื่อกำจัดเชื้อไวรัสต่างๆ กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายรักษาตัวเองตามธรรมชาติและฟื้นฟูเซลล์ตับ  ตับจะถูกปกป้องจากเชื้อไวรัสต่างๆ ที่ไปทำลาย  เบต้ากลูแคนจะกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้สามารถจับไวรัส สิ่งแปลกปลอมได้ ดังนั้นเซลล์ของตับหากยิ่งรักษาเร็วจะยิ่งมีโอกาสหายและตรวจไม่พบเชื้อเช่น เชื้อไวรัสตับอักเสบบี, ซี เป็นต้น
    ผู้ป่วยรักษาทางเลือกโรคตับอักเสบเรื้อรัง ด้วยเบต้ากลูแคน มะโฮ

    คุณบุญกึ่ง มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ และมาทราบผลจากโรงพยาบาลว่าเป็นโรคตับอักเสบ ลำไส้อักเสบ ช่วงหลังอาเจียนเป็นเลือดรักษากับหมอโรงบาล ช่วยให้อาการดีขึ้นเมื่อกินยาเหมือนบรรเทาอาการ แต่พอหยุดยาก็อาการทรุด มีเพื่อนบ้านเอาหนังสือเบต้ากลูแคนให้อ่านและจากนั้นตัดสินใจทาน มะโฮ ทันที ทานไปได้สักพักรู้สึกเบาท้อง ไม่เหนื่อย ไม่อ่อนเพลียเหมือนเมื่อก่อน แถมหิวข้าว มีความกินดีขึ้น ไม่กินยาอื่นร่วม กินแต่มะโฮ จากเมื่อก่อนที่ขาดยาไม่ได้เพราะอาการกำเริบทันที

    การรับประทานเบต้ากลูแคน สำหรับผู้ป่วยโรคตับอักเสบ และการแนะนำ

    สำหรับผู้ป่วยโรคตับอักเสบแนะนำ 6 กล่อง ราคา 13,750 บาท ทานวันละ 3-4 ซอง(ยิ่งทานมากยิ่งดีถ้าทานไหว) ต่อเนื่อง 2-3 เดือน หลังจากนั้นไปตรวจดูค่าตับได้ครับ เมื่ออาการดีขึ้นแล้วสามารถลดปริมาณลงเหลือวันละ 2 ซอง และ 1 ซอง ตามลำดับจนหายดี  สอบถาม ปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Line id: betaglucan-maho / โทร.094-6122800 คุณโอห์ม
กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
ตอบกลับไปยัง: โรคตับอักเสบ รักษาทางเลือก มะโฮ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ
ข้อมูลของคุณ: