กระทู้นี้ประกอบด้วย 0 ข้อความตอบกลับ มี 1 เสียง และอัปเดตครั้งสุดท้ายโดย  betaglucan-maho 1 ปี, 10 เดือน มาแล้ว

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #1359 ตอบกลับ

    betaglucan-maho
    Keymaster

    Lymphoma_betaglucan-maho

    โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง(Lymphoma)

    คือมะเร็งที่เกิดขึ้นที่ระบบน้ำเหลือง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วร่างกาย ที่มีน้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย  ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค โดยจะทำลายสิ่งมีชีวิต สิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย เช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย ดังนั้นจึงสามารถเกิดขึ้นกับทั่วร่างกายที่มีระบบน้ำเหลือง อาการสำคัญที่ควรตระหนักคือ ต่อมน้ำเหลือง บวมโต แต่ไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย

    ประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งออกเป็น 2 ประภท

    มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน(Hodgkin Lymphoma: HL) จะทำหน้าที่ดักจับและทำลายเชื้อโรค หากเกิดความผิดปกติจะเริ่มสะสมจนกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งในระบบน้ำเหลือง ซึ่งเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยส่วนมากจะพบในเด็กและวัยรุ่นหนุ่มสาว และแต่ละปีมีคนป่วยประเภทนี้ 62,000 คนทั่วโลก ในขณะเดียวกันจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กินทั่วโลก 25,000 คน
    มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กิน(Non-Hodgkin Lymphoma: NHL) เมื่อเกิดความผิดปกติจะมีการแบ่งตัวของ ลิมโพไซต์ชนิด B หรือ T จนไม่สามารถควบคุมได้ และกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งในระบบน้ำเหลือง ซึ่งเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยส่วนมากจะพบในวัยผู้ใหญ่และผู้ที่มีเชื้อ HIV

    อาการของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

    อาการที่บ่งชี้คือ มีการบวมที่ต่อมน้ำเหลือง บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบและจะไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย  นอกจากนี้อาจมีอาการร่วมอย่างอื่นด้วย
    • ไม่ไข้ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
    • มีอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน
    • น้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ
    • มีอาการติดเชื้อรุนแรง

    ระยะของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มี 4 ระยะ

    ระยะที่1 เซลล์มะเร็งเกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลืองเพียงต่อมเดียว
    ระยะที่2 เซลล์มะเร็งเริ่มเกิดที่ต่อมน้ำเหลืองตั้งแต่ 2 จุดขึ้นไป โดยทุกจุดเกิดขึ้นบริเวณเหนือกระบังลมหรือใต้กระบังลมส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น
    ระยะที่3 เซลล์มะเร็งเกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลืองตั้งแต่ 2 จุดขึ้นไป โดยกระจายอยู่ทั่วร่างกาย
    ระยะที่4 เซลล์มะเร็งได้ลุกลามไปสู่อวัยวะอื่นภายนอกระบบน้ำเหลือง เช่น ตับ ปอด เป็นต้น

    การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ปัจจุบัน

    • การใช้เคมีบำบัด มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นคนสั่งจ่าย บ้างก็เม็ด หรือใช้การฉีดผ่านหลอดเลือดดำ
    • การใช้รังสีรักษา คือการใช้รังสีพลังงานสูง เช่น รังสีเอกซเรย์ หรือรังสีโปรตอน
    • การปลูกถ่ายไขกระดูก ด้วยการใช้รังสีปริมาณสูงหรือยาทางเคมีกดการทำงานของไขกระดูกเพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านไขกระดูกใหม่ที่จะได้รับ แล้วจึงนำสเต็มเซลล์ที่ดีฉีดเข้าไปในเลือดเพื่อสร้างไขกระดูกใหม่
    • การใช้ยาชนิดอื่นๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

    การรักษาทางเลือกโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

    เบต้ากลูแคนจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้รักษาตัวเองตามธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกาย กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เข้าไปจัดการเซลล์มะเร็ง อีกทั้งช่วยลดและป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองควรทานเบต้ากลูแคน ควบคู่กับการรักษาด้วยคีโม หรือรังสีรักษา จะทำให้ผู้ป่วยนั้นฟื้นตัวได้เร็วอย่างน่าอัศจรรย์และต่อสู้ ทำลายโครงสร้างเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ดูขอมูล เบต้ากลูแคนเพิ่มเติมที่นี่

    คุณวิภาพรรณ พันธภาค(อายุ 51 ปี) ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะ 3-4 ได้เล่าประสบการณ์
    Case Lymphoma 1 human 51 year old

    พี่ทำงานหนักมาตลอด จนระยะหลังๆ เริ่มมีอาการเป็นไข้บ่อยๆ อ่อนเพลีย พอไม่มีแรง ก็ทรุดลงไปกองกับพื้นเลย
    พอเป็นหนักขึ้นก็คือเป็นไข้ ตลอดทั้งวันทั้งคืน ตอนแรกไปหาหมอก็ไม่ทราบสาเหตุ สันนิษฐานว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ จนไม่ไหวเลิกไปหาหมอ กลับมาพักที่บ้าน 2 เดือน อาการกลับเป็นหนักกว่าเดิม จนต้องกลับไปหาหมออีกครั้ง หมอจึงตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ จึงพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 3 ไประยะที่ 4 แล้ว แต่ญาติๆ ไม่ได้บอกว่าตนเองเป็นมะเร็ง จนมารู้อีกที เพราะต้องฉีดคีโม 8 เข็ม พอรู้แล้วก็ร้องไห้เสียใจ ว่าทำไมเราต้องมาเป็นโรคร้าย คิดอย่างเดียวว่าโรคนี้เป็นแล้วคือต้องตายอย่างเดียว
    ช่วงนั้นสภาพร่างกายแย่มาก นอนอยู่กับที่ ยกขาขึ้นได้ข้างเดียว ให้คีโมครั้งแรกแพ้มาก เกิดอาการหายใจไม่ออก อ่อนแรง จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนั้นคิดว่าชีวิตเราต้องสู่ต่อนะ จึงทำให้ผ่านช่วงคีโมระยะแรกมาได้
    Case Lymphoma 2 human 51 year old
    ครั้งแรกที่ทานแล้วเชื่อในมะโฮ คือ ตอนนั้นจะขึ้นกรุงเทพ เพราะจะไปฟังเรื่องมะโฮ แต่ตอนนั้นป่วยอยู่ ก็กลัวจะไม่ไหว น้องโอ๋บอกว่าไม่เป็นไรพี่ทานมะโฮไปเรื่อยๆ เราก็ลองทานดู จนกลับมาถึงบ้าน ไม่มีอาการป่วยเลยทั้งที่ร่างกายเรายังไม่แข็งแรง จึงทำให้มั่นใจในมะโฮมากขึ้น จึงทำให้เริ่มทานอย่างจริงจัง วันละ 3 ซองขึ้นไปทุกวัน ถ้าต้องเดินทางก็ทานเพิ่ม ทำให้ร่างกายดีขึ้นมาตลอด พอป่วยก็ไม่เคยไปหาหมออีกเลย ใช้การทานมะโฮแทน
    สุดท้ายอยากบอกคนที่เป็นอาการแบบเดียวกัน ให้ลองทานมะโฮ อยากจะลองศึกษาดูก่อนก็ได้เพื่อจะได้มั่นใจ ยิ่งเราได้ลองทานไปด้วยยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้น

     


    lymphoma teacher sman

    อาจารย์สมานป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หลังจากใช้มะโฮ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ


    ไลน์รีวิวจากลูกค้าที่ให้ผู้ป่วยทานมะโฮ เบต้ากลูแคน ควบคู่กับการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน

    review betaglucan-maho cancer2

    review betaglucan-maho cancer1

    betaglucan-maho cancer3


    แนะนำการรับประทาน มะโฮ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ

    สำหรับผู้ป่วยโรงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองให้ทานวันละ 4-8 ซองครับ ทานติดต่อกัน 3เดือนขึ้นไป หรือช่วงกำลังรักษาแผนปัจจุบัน เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว หรือตรวจไม่เจอมะเร็งแล้ว ให้ทานวันละซอง หรือวันเว้นวันได้ครับ  ปรึกษา สอบถาม เพิ่มเติมที่ Line id: betaglucan-maho / โทร. 094-612-2800 คุณโอห์ม
    สำหรับลูกค้ามะโฮ เบต้ากลูแคน ที่กดLike หรือกดShare Facebook  รับส่วนลดและของแถมมากมาย ติดต่อได้ทางไลน์เลยครับ
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #1359 ตอบกลับ

    betaglucan-maho
    Keymaster
    • Offline

    Lymphoma_betaglucan-maho

    โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง(Lymphoma)

    คือมะเร็งที่เกิดขึ้นที่ระบบน้ำเหลือง ซึ่งกระจายอยู่ทั่วร่างกาย ที่มีน้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง และต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย  ทำหน้าที่ป้องกันเชื้อโรค โดยจะทำลายสิ่งมีชีวิต สิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย เช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย ดังนั้นจึงสามารถเกิดขึ้นกับทั่วร่างกายที่มีระบบน้ำเหลือง อาการสำคัญที่ควรตระหนักคือ ต่อมน้ำเหลือง บวมโต แต่ไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย

    ประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบ่งออกเป็น 2 ประภท

    มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน(Hodgkin Lymphoma: HL) จะทำหน้าที่ดักจับและทำลายเชื้อโรค หากเกิดความผิดปกติจะเริ่มสะสมจนกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งในระบบน้ำเหลือง ซึ่งเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยส่วนมากจะพบในเด็กและวัยรุ่นหนุ่มสาว และแต่ละปีมีคนป่วยประเภทนี้ 62,000 คนทั่วโลก ในขณะเดียวกันจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กินทั่วโลก 25,000 คน
    มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กิน(Non-Hodgkin Lymphoma: NHL) เมื่อเกิดความผิดปกติจะมีการแบ่งตัวของ ลิมโพไซต์ชนิด B หรือ T จนไม่สามารถควบคุมได้ และกลายมาเป็นเซลล์มะเร็งในระบบน้ำเหลือง ซึ่งเกิดได้ทุกส่วนของร่างกาย โดยส่วนมากจะพบในวัยผู้ใหญ่และผู้ที่มีเชื้อ HIV

    อาการของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

    อาการที่บ่งชี้คือ มีการบวมที่ต่อมน้ำเหลือง บริเวณคอ รักแร้ ขาหนีบและจะไม่มีอาการเจ็บร่วมด้วย  นอกจากนี้อาจมีอาการร่วมอย่างอื่นด้วย
    • ไม่ไข้ อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
    • มีอาการเหงื่อออกตอนกลางคืน
    • น้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ
    • มีอาการติดเชื้อรุนแรง

    ระยะของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง มี 4 ระยะ

    ระยะที่1 เซลล์มะเร็งเกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลืองเพียงต่อมเดียว
    ระยะที่2 เซลล์มะเร็งเริ่มเกิดที่ต่อมน้ำเหลืองตั้งแต่ 2 จุดขึ้นไป โดยทุกจุดเกิดขึ้นบริเวณเหนือกระบังลมหรือใต้กระบังลมส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น
    ระยะที่3 เซลล์มะเร็งเกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลืองตั้งแต่ 2 จุดขึ้นไป โดยกระจายอยู่ทั่วร่างกาย
    ระยะที่4 เซลล์มะเร็งได้ลุกลามไปสู่อวัยวะอื่นภายนอกระบบน้ำเหลือง เช่น ตับ ปอด เป็นต้น

    การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง ปัจจุบัน

    • การใช้เคมีบำบัด มีหลายชนิดขึ้นอยู่กับแพทย์เป็นคนสั่งจ่าย บ้างก็เม็ด หรือใช้การฉีดผ่านหลอดเลือดดำ
    • การใช้รังสีรักษา คือการใช้รังสีพลังงานสูง เช่น รังสีเอกซเรย์ หรือรังสีโปรตอน
    • การปลูกถ่ายไขกระดูก ด้วยการใช้รังสีปริมาณสูงหรือยาทางเคมีกดการทำงานของไขกระดูกเพื่อไม่ให้ร่างกายต่อต้านไขกระดูกใหม่ที่จะได้รับ แล้วจึงนำสเต็มเซลล์ที่ดีฉีดเข้าไปในเลือดเพื่อสร้างไขกระดูกใหม่
    • การใช้ยาชนิดอื่นๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

    การรักษาทางเลือกโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

    เบต้ากลูแคนจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้รักษาตัวเองตามธรรมชาติ เพิ่มประสิทธิภาพของเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกาย กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เข้าไปจัดการเซลล์มะเร็ง อีกทั้งช่วยลดและป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย ผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองควรทานเบต้ากลูแคน ควบคู่กับการรักษาด้วยคีโม หรือรังสีรักษา จะทำให้ผู้ป่วยนั้นฟื้นตัวได้เร็วอย่างน่าอัศจรรย์และต่อสู้ ทำลายโครงสร้างเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ดูขอมูล เบต้ากลูแคนเพิ่มเติมที่นี่

    คุณวิภาพรรณ พันธภาค(อายุ 51 ปี) ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะ 3-4 ได้เล่าประสบการณ์
    Case Lymphoma 1 human 51 year old

    พี่ทำงานหนักมาตลอด จนระยะหลังๆ เริ่มมีอาการเป็นไข้บ่อยๆ อ่อนเพลีย พอไม่มีแรง ก็ทรุดลงไปกองกับพื้นเลย
    พอเป็นหนักขึ้นก็คือเป็นไข้ ตลอดทั้งวันทั้งคืน ตอนแรกไปหาหมอก็ไม่ทราบสาเหตุ สันนิษฐานว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ จนไม่ไหวเลิกไปหาหมอ กลับมาพักที่บ้าน 2 เดือน อาการกลับเป็นหนักกว่าเดิม จนต้องกลับไปหาหมออีกครั้ง หมอจึงตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ จึงพบว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 3 ไประยะที่ 4 แล้ว แต่ญาติๆ ไม่ได้บอกว่าตนเองเป็นมะเร็ง จนมารู้อีกที เพราะต้องฉีดคีโม 8 เข็ม พอรู้แล้วก็ร้องไห้เสียใจ ว่าทำไมเราต้องมาเป็นโรคร้าย คิดอย่างเดียวว่าโรคนี้เป็นแล้วคือต้องตายอย่างเดียว
    ช่วงนั้นสภาพร่างกายแย่มาก นอนอยู่กับที่ ยกขาขึ้นได้ข้างเดียว ให้คีโมครั้งแรกแพ้มาก เกิดอาการหายใจไม่ออก อ่อนแรง จนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนั้นคิดว่าชีวิตเราต้องสู่ต่อนะ จึงทำให้ผ่านช่วงคีโมระยะแรกมาได้
    Case Lymphoma 2 human 51 year old
    ครั้งแรกที่ทานแล้วเชื่อในมะโฮ คือ ตอนนั้นจะขึ้นกรุงเทพ เพราะจะไปฟังเรื่องมะโฮ แต่ตอนนั้นป่วยอยู่ ก็กลัวจะไม่ไหว น้องโอ๋บอกว่าไม่เป็นไรพี่ทานมะโฮไปเรื่อยๆ เราก็ลองทานดู จนกลับมาถึงบ้าน ไม่มีอาการป่วยเลยทั้งที่ร่างกายเรายังไม่แข็งแรง จึงทำให้มั่นใจในมะโฮมากขึ้น จึงทำให้เริ่มทานอย่างจริงจัง วันละ 3 ซองขึ้นไปทุกวัน ถ้าต้องเดินทางก็ทานเพิ่ม ทำให้ร่างกายดีขึ้นมาตลอด พอป่วยก็ไม่เคยไปหาหมออีกเลย ใช้การทานมะโฮแทน
    สุดท้ายอยากบอกคนที่เป็นอาการแบบเดียวกัน ให้ลองทานมะโฮ อยากจะลองศึกษาดูก่อนก็ได้เพื่อจะได้มั่นใจ ยิ่งเราได้ลองทานไปด้วยยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้น

     


    lymphoma teacher sman

    อาจารย์สมานป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หลังจากใช้มะโฮ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ


    ไลน์รีวิวจากลูกค้าที่ให้ผู้ป่วยทานมะโฮ เบต้ากลูแคน ควบคู่กับการรักษาแพทย์แผนปัจจุบัน

    review betaglucan-maho cancer2

    review betaglucan-maho cancer1

    betaglucan-maho cancer3


    แนะนำการรับประทาน มะโฮ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ดำ

    สำหรับผู้ป่วยโรงมะเร็งต่อมน้ำเหลืองให้ทานวันละ 4-8 ซองครับ ทานติดต่อกัน 3เดือนขึ้นไป หรือช่วงกำลังรักษาแผนปัจจุบัน เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว หรือตรวจไม่เจอมะเร็งแล้ว ให้ทานวันละซอง หรือวันเว้นวันได้ครับ  ปรึกษา สอบถาม เพิ่มเติมที่ Line id: betaglucan-maho / โทร. 094-612-2800 คุณโอห์ม
    สำหรับลูกค้ามะโฮ เบต้ากลูแคน ที่กดLike หรือกดShare Facebook  รับส่วนลดและของแถมมากมาย ติดต่อได้ทางไลน์เลยครับ
กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
ตอบกลับไปยัง: โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง รักษาทางเลือกมะโฮ เบต้ากลูแคนควบคู่แพทย์แผนปัจจุบัน
ข้อมูลของคุณ: